
มรดกตกทอดมาจากรุ่นสู่รุ่นจนอายุยาวนานกว่า 200 ปีแล้ว สำรับการทำขันลงหิน หรือเครื่องทองสัมฤทธิ์ ผลงานที่เป็นทั้งของใช้ และงานศิลปะที่ควรค่าแก่การรักษา แม้ว่าทุกวันนี้จะมีเทคโนโลยีใหม่ๆ ในการผลิตที่ทันสมัยมากขึ้นก็ตาม
ขันลงหินนั้นตั้งแต่สมัยโบราณ ทำจากโลหะผสมระหว่างทองแดง ดีบุก และสัมฤทธิ์มาหลอมจนกลายเป็นเนื้อทองที่มีความงดงาม เปล่งประกายระยิบระยับแสดงถึงความมั่งคั่งของผู้ใช้ และความมีรสนิยม เพราะการออกแบบขันลงหินนั้นจะมีเอกลักษณ์เฉพาะที่ใส่ความประณีต และงานศิลปะเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน ซึ่งในปัจจุบันนี้แทบไม่มีคนทำงานฝีมือชั้นครูให้เห็นกันมากนัก เพราะกว่าจะได้ออกมาแต่ละชิ้นต้องใช้ความอดน และเวลาอย่างมาก ช่างฝีมือที่ยังหลงเหลืออยู่จึงมีไม่มากเหมือนก่อน อีกทั้งรูปแบบการใช้งานก็เปลี่ยนไปจากเดิมที่ไว้สำหรับใช้สอยภายในบ้าน ก็เริ่มกลายเป็นของสำหรับตกแต่งบ้านมากขึ้น เพราะด้วยราคา และความงดงามของตัวขันลงหิน ที่มีความเก่าแก่ และหาได้ยากเต็มที
ด้วยแนวคิดที่จะสร้างสรรค์ความสัมพันธ์ของอารยธรรมดั้งเดิมให้เข้ากับอารยธรรมร่วมสมัยเพื่อสืบทอดศิลปะตั้งแต่ครั้งโบราณกาลให้คงอยู่ เครื่องใช้และของตกแต่งบ้านของ SOPA จึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่มุ่งเน้นกระบวนการผลิตแบบดั้งเดิม พัฒนารูปแบบให้เกิดเป็นสินค้าร่วมสมัยหลากหลายประเภทผ่านฝีมือของกลุ่มช่างรุ่นเดียวที่ยังคงเหลืออยู่จากบรรพบุรุษ รวมทั้งยังคงรักษาไว้อุปกรณ์พื้นฐานในการผลิต อาทิ เตาหลอม ค้อนตี โดยผลิตออกมาในรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้นด้วย
ในส่วนของการบำรุงรักษาขันลงหินนั้นค่อนข้างทนทาน และไม่ดำหรือลอกง่ายเหมือนเงิน เพียงแค่เช็ดทำความสะอาดให้แห้งหลังการใช้งาน หรือใช้น้ำยาขัดโลหะเช็ด หรือน้ำมะขามเปียก ก็จะช่วยให้สภาพของขันลงหินยังดูสวยงามเหมือนเดิม.
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
ขับเคลื่อนโดย โค้ดข่าว การศึกษา วิชาการ คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา
ประกาศซื้อขายสินค้า หารายได้ออนไลน์ social network
ลงทุนปีละเพียงปีละ 59 บาทลุ้นรับรายได้เดือนละ 1 ล้านบาท

ประกาศรายชื่อศิลปินที่จะร่วมขึ้นแสดงคอนเสิร์ตครั้งยิ่งใหญ่ที่จะเกิดขึ้น ณ จังหวัดเชียงใหม่ในวันที่ 25 มิถุนายนนี้แล้ว เพื่อสร้างความตระหนักและเพิ่มการป้องกันการค้ามนุษย์ อาชญากรรมที่ส่งผลกระทบต่อผู้คนนับล้านทั่วโลก ในงาน MTV EXIT (End Exploitation and Trafficking) แคมเปญต่อต้านการค้ามนุษย์และการแสวงหาผลประโยชน์ต่อผู้อื่นอย่างไม่เป็นธรรมได้
ฟรีคอนเสิร์ตกลางแจ้งครั้งนี้นำโดยศิลปินชื่อดังชาวเอเชียอย่าง ซูเปอร์จูเนียร์เอ็ม ซึ่งจะจัดขึ้นที่สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี นอกจากนี้ยังศิลปินไทยแนวหน้า อย่างเช่น สล็อตแมชชีน อีทีซี ไทเทเนี่ยม เซาท์ไซด์ภูเก็ต และศิลปินสาวเสียงดีชาวออสเตรเลีย เคท มิลเลอร์-ไฮกี้
MTV EXIT ได้จัดคอนเสิร์ตทั่วทวีปเอเชียมาแล้ว 25 ครั้งภายในระยะเวลาสองปีครึ่ง เช่นประเทศไทย ลาว กัมพูชา เนปาล ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ เวียดนาม อินโดนีเซียและติมอร์ตะวันออก
ใครสนใจไปชมสามารถรับบัตรฟรีคอนเสิร์ตที่จะจัดในวันที่ 25 มิถุนายนที่จังหวัดเชียงใหม่ ผ่านทางผู้สนับสนุน/ร้านค้า ได้แก่CityLife Magazine HIP Magazine HIP FM กาแฟวาวีหรือเข้าไปที่ www.mtvexit.org
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
ขับเคลื่อนโดย โค้ดข่าว การศึกษา วิชาการ คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา
ประกาศซื้อขายสินค้า หารายได้ออนไลน์ social network
ลงทุนปีละเพียงปีละ 59 บาทลุ้นรับรายได้เดือนละ 1 ล้านบาท

สตุ๊ตการ์ท-ปอร์เช่เอจี ขยายรุ่นชั้นนำของคาร์เรร่าเพิ่มเติมและนำการขับเคลื่อน 4 ล้อมาใส่ไว้ในสปอร์ตคาร์โมเดล 911 รุ่น คาร์เรร่า 4 จีทีเอส (911 Carrera 4 GTS) โดยมีระบบขับสี่ที่เน้นสมรรถนะของการยึดเกาะทั้งรุ่นคูเป้และรุ่นเปิดประทุนหลังคาผ้าใบ เป็นการรวบรวมเครื่องยนต์ที่มีพละกำลังสูงถึง 408 แรงม้า หรือ 300กิโลวัตต์ให้ประสานไปกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อได้อย่างลงตัว แรงบิดทั้งหมดในทุกย่านรอบของเครื่องยนต์ส่งถ่ายผ่านระบบเกียร์ที่เชื่อมต่อกับกลไกของการขับเคลื่อน 4ล้อ โดยมีระบบการควบคุมการทรงตัวและการเกาะถนนของรถปอร์เช่ (Porsche TractionManagement-PTM คอยรองรับเพื่อการขับเคลื่อนบนรูปแบบของสปอร์ตคาร์ชั้นสูงจากเยอรมัน
ความประหยัดของเจ้ากบ 911 Carrera 4 GTS คือขั้นตอนในโปรแกรมลดการใช้เชื้อเพลิงด้วยเทคโนโลยีที่ปอร์เช่มีอยู่ในมือ เพื่อทำให้รถยนต์รุ่นใหม่ๆ นับจากปี ค.ศ. 2010 เป็นต้นไปต้องมีค่าเฉลี่ยการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงลดลง และต้องขับได้ระยะทางเพิ่มมากขึ้น เป็นผลมาจากแนวคิดที่เน้นประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์สูบนอนรุ่นล่าสุด ระบบ Porsche Intelligent Performance ที่ทำให้รถสปอร์ตรุ่น 911 ขับเคลื่อน 4 ล้อคันนี้มีอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงที่ไม่มากไปกว่ารุ่นคาร์เรร่า 4 เอส (Carrera 4S) ในรุ่นคูเป้จะมีอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่แค่ 11.0 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร และในรุ่นเปิดประทุนอยู่ที่ 11.2 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตรเท่านั้น (ตามรูปแบบของการขับขี่แบบ NEDC) ทั้ง 2 รุ่นนี้จะเต็มไปด้วยแพ็คเกจอุปกรณ์มาตรฐานต่างๆ ที่อำนวยความสะดวกให้กับตำแหน่งคนขับมากขึ้นหากเปรียบเทียบกับรุ่นคาร์เรร่า 4 เอส (Carrera 4S)
เครื่องยนต์ในรุ่น 911 คาร์เรร่า 4 จีทีเอส (911 Carrera 4 GTS) ผลิตจากพื้นฐานของเครื่องยนต์ที่ใช้ในรุ่นคาร์เรร่า เอส (Carrera S) ขนาด 3.8 ลิตร 6 สูบ แบบ Boxer กระบอกสูบนอนชักข้าง บล็อกเครื่องเป็นอะลูมินัมอัลลอย ทำการปรับปรุงท่อไอดีใหม่ทั้งหมดทำให้สามารถรีดพลกำลังของเครื่องยนต์เพิ่มขึ้นถึง 23 แรงม้า หรือเพิ่มขึ้นอีก 17 กิโลวัตต์ ทำให้สปอร์ตคาร์รุ่นนี้สามารถปลดปล่อยแรงม้าออกมาได้สูงสุดถึง 408 แรงม้า (300 กิโลวัตต์) ที่ 7,300 รอบต่อนาที โดยไม่มีระบบอัดอากาศแบบใดมาคอยช่วยเหลือ ระบบพิเศษที่วิศวกรของปอร์เช่เพิ่มเติมเข้าไปนั้น ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มขุมพลังแต่ยังส่งผลต่อความยืดหยุ่นของเครื่องยนต์ที่สามารถเรียกแรงบิดได้ในทุกย่านของรอบเครื่องยนต์
ปอร์เช่พัฒนาเครื่องยนต์ให้มีประสิทธิภาพการทำงานที่ดีขึ้นตลอดระยะเวลากว่า 50 ปี บนเส้นทางของการวิจัยวัสดุใหม่ๆ ตลอดจนการออกแบบภายในตัวเครื่อง โดยใช้การเหนี่ยวนำให้อากาศกับน้ำมันเชื้อเพลิงมีอัตราส่วนผสมที่ถูกต้องลงตัว บนการสั่งงานของสมองกลไฟฟ้า ECU ที่คอยควบคุมและตอบสนองต่อการกดคันเร่งทุกครั้ง การกระทำดังกล่าวสามารถสร้างแรงบิดที่เกิดขึ้นในเครื่องยนต์ระหว่างความเร็วรอบต่ำถึงปานกลางที่มากขึ้นของรถ 911 GT4S นั่นคือ 320 นิวตันเมตร ที่รอบเครื่องยนต์ต่ำเพียงแค่ 1,500 รอบต่อนาที โดยรวมแล้วเครื่องยนต์ 6 สูบเครื่องนี้จะส่งผ่านกำลังแรงบิดที่ 420 นิวตันเมตร ที่ความเร็วของรอบเครื่องยนต์ระหว่าง 4,200-5,600 รอบต่อนาที ระบบท่อไอเสียแบบสปอร์ต Sports exhaust system ได้รับการติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานเพื่อทำให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสกับเสียงเครื่องยนต์ Boxer สูบนอนที่ไม่เหมือนค่ายใด (ยกเว้น Subaru) อย่างเต็มพิกัด อีกทั้งเสียงของคาร์เรร่า 4 จีทีเอส (Carrera 4 GTS) คันนี้ยังมีเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ เมื่อมองจากทางด้านหลังจะพบท่อไอเสียพ่นสีดำที่เพิ่มความโหดดิบในคราบสปอร์ตคาร์เจ้าแห่งตำนาน เป็นชิ้นงานที่เสริมให้ภาพลักษณ์ของมันดูลงตัวทั้งพละกำลังและรูปทรง
คาร์เรร่า 4 จีทีเอส (Carrera 4 GTS) คันนี้ มีอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร (0-62 ไมล์) เพียงแค่ 4.6 วินาที ในรุ่นเปิดประทุนใช้เวลาเพิ่มขึ้นเล็กน้อยบนตัวเลข 4.8 วินาทีเนื่องจากมีน้ำหนักตัวมากกว่ารุ่นคูเป้ สำหรับระบบส่งผ่านกำลังหรือระบบเกียร์มาตรฐานในรุ่น คาร์เรร่า 4 จีทีเอส (Carrera 4 GTS) จะมาในรูปแบบของเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ และหากลูกค้าต้องการระบบเกียร์อัจฉริยะอัตโนมัติ 7 จังหวะแบบคลัตช์คู่ของปอร์เช่ หรือ Porsche-Doppelkupplungsgetriebe (PDK) ก็ยังสามารถเลือกติดตั้งเป็นอุปกรณ์เสริมได้ และเมื่อติดตั้งระบบเกียร์ PDK แล้วจะส่งผลให้อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร ใช้เวลาน้อยลงอีก 0.2 วินาที สำหรับระบบการควบคุมการทรงตัวและการเกาะถนนของปอร์เช่หรือ Porsche PTM แบบขับเคลื่อน 4 ล้อในคาร์เรร่า 4 จีทีเอส (Carrera 4 GTS) ส่งผลให้เกิดความสุนทรีย์ในการขับขี่ตามรูปแบบสปอร์ตคาร์ของปอร์เช่ ไม่ว่าจะเป็นการรักษาเสถียรภาพของตัวรถที่เพิ่มขึ้น การเกาะถนนและการทรงตัวดีขึ้นกว่ารุ่นขับเคลื่อนสองล้อแบบเห็นๆ ประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นเหล่านี้มาจากการทำงานของระบบ Porsche PTM ที่รับหน้าที่ควบคุมในส่วนของการส่งถ่ายกำลังแรงบิดจากเครื่องยนต์ไปสู่ล้อคู่หน้าหรือหลังตามความเหมาะสมและการตัดสินใจของสมองกลเกียร์อัจฉริยะ ชุดคลัตช์แบบแผ่นซ้อนกันหลายแผ่น (Multiple-plate clutch) ส่งถ่ายอัตราทดในแต่ละเกียร์ได้อย่างไหลลื่น รถคาร์เรร่า 4 จีทีเอส (Carrera 4GTS) คันนี้ยังมีระบบเฟืองท้ายแบบใหม่เพื่อป้องกันล้อหมุนฟรี หรือชุดลิมิเต็ดสลิป ดิฟเฟอเรนเชียล (Limited Slip Differential) เพื่อเพิ่มสมรรถนะของความคล่องตัวในการขับขี่ให้สูงขึ้นอีกด้วย
หากมองจากสายตาแล้ว จะได้พบกับความแตกต่างของคาร์เรร่า 4 จีทีเอส (Carrera 4 GTS) ที่มาพร้อมกับการขับเคลื่อน 4 ล้อกับรุ่นก่อนหน้านี้ที่ออกมาในรูปแบบขับเคลื่อนล้อหลังอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นชื่อของรุ่นที่สลักอยู่บนประตูและฝากระโปรงหลัง รวมไปถึงเส้นสายของไฟท้ายด้านหลังที่เพิ่มความเด่นชัดในรูปแบบความเป็นรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ คาร์เรร่า จีทีเอส (Carrera GTS) จะมีโครงสร้างและรูปร่างที่กว้างแบนตามรูปแบบสายพันธุ์ของความเป็นรถในโมเดล 911 พร้อมด้วยขนาดความกว้างของเพลาหลังที่เน้นโป่งซุ้มล้อด้านหลังกับชุดล้อแม็กต่างไซล์โดยใช้ล้อหลังขนาดใหญ่กว่าล้อหน้า รายละเอียดต่างๆ ของรูปลักษณ์ถูกถ่ายเทพันธุกรรมของรุ่น 911 ไว้เหมือนเดิมทุกประการ แต่มีการขับขี่ที่ดีขึ้นไปอีกระดับ ภายนอกของ 4 จีทีเอส (4 GTS) ยังแตกต่างจากโมเดลรุ่นคาร์เรร่าอื่นๆ เช่น คาร์ลิปเปอร์เบรคอะลูมินัมอัลลอย 6 พ็อตที่ด้่านหน้า ใช้จานดิสเบรคที่มีขนาดใหญ่ถึง 380 มิลลิเมตร พร้อมด้วยระบบช่วยเบรคที่ทำงานประสานไปกับระบบควบคุมการทรงตัว ล้อของ Carrera 4 GTS ที่ได้รับการติดตั้งมาจากโรงงานนั้นจะมาในรูปแบบของล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว ลาย RS-Spyder สีดำและยางไซส์ 305/30 ZR 19 ในล้อคู่หลัง
สปอร์ตรุ่นใหม่ล่าสุดคันนี้ยังติดตั้งกระจังหน้า Sport-Design ชายล่างของชุดสปอยเลอร์หน้ามีลิ้นรีดอากาศสีดำช่วยเสริมมุมมองและกดหน้ารถเมื่อวิ่งด้วยความเร็วสูง ชุดแต่งของ 911 Carrera GTS ที่ออกจากโรงงานของ Porsche โดยตรงนั้นยังติดตั้งสเกิร์ตด้านข้างสีดำ เบาะนั่งสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารถูกเน้นให้มีรูปแบบของความเป็นรถสปอร์ตเพื่อเพิ่มเติมตัวตนและการดำรงอยู่ของรุ่นจีทีเอส (GTS) ภายในห้องโดยสารจะประดับประดาตกแต่งด้วยหนังกลับเนื้อนิ่ม Alcantara และใช้โทนสีดำที่เคร่งขรึมเป็นสีนำเสนอ เช่น แผงตรงกลางคอนโซล ขอบพวงมาลัย ด้ามเบรคมือ คันเกียร์ ที่เปิดประตูและฝาที่เก็บของตรงประตู ต่างได้รับการติดตั้งมาเป็นมาตรฐานจากโรงงานของ Porsche ในเมืองสตุตต์การ์ต รถปอร์เช่คาร์เรร่า 4 จีทีเอส (Carrera 4 GTS) ทั้งสองรุ่นจะพร้อมออกขายในประเทศเยอรมนี ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2011 นี้เป็นต้นไป.
Arcom roumsuwan
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook http://www.facebook.com/chang.arcom
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
ขับเคลื่อนโดย โค้ดข่าว การศึกษา วิชาการ คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา
ประกาศซื้อขายสินค้า หารายได้ออนไลน์ social network
ลงทุนปีละเพียงปีละ 59 บาทลุ้นรับรายได้เดือนละ 1 ล้านบาท

จากอาทิตย์ที่แล้วที่พาไปกินของหะหรูหะหรา วันนี้ไปตามทางของพวกเราหน่อย อร่อยไม่แพงนะครับ ช่วงนี้ใกล้เลือกตั้งเต็มทน เสียงของใครแจ่มหรือไม่แจ่มคงดูจากโพลอย่างเดียวไม่ได้ ดูจากทุกสำนักแล้ว มีคนที่ยังไม่ตัดสินใจอีกกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ เสียงนี้สามารถพลิกเข้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ อย่านิ่งนอนใจ ส่วนพวกที่ก่นด่าว่ารัฐไม่ดีอย่างนู้นอย่างนี้ ก็ให้เปลี่ยนใจไปเลือกตั้ง อย่านอนหลับทับสิทธิ์ แล้วเสียงของคุณๆ อาจจะเป็นเสียงที่ทำให้ประเทศนี้ก้าวพ้นความแตกแยกได้
วันนี้ขอแนะนำร้านก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ เอาวะไม่ว่าอย่างไร จะเป็นก๋วยเตี่ยวหรือเป็นขนมปากหม้อ ก็คงต้องพิสูจน์กัน ได้รับคำแนะนำจากน้องสาวผมว่า ที่เมืองแปดริ้ว อำเภอพนมสารคาม มาเจอเจ๊นิดกันเลยดีกว่า เป็นการผสมผสานระหว่างน้ำแกงก๋วยเตี๋ยวกับขนมปากหม้อ ผมว่าอันนี้ฟิวชั่นได้ใจกว่าโรงแรงที่ทำแกงเป็นมูซเสียอีก เข้าทางกว่าเยอะครับ
มาสั่งกันดีกว่า คำถามแรกว่า เอาอะไรบ้าง ทีแรกก็นึกว่าปากหม้อ แต่เขาบอกว่าน้ำซุป กว่าจะรู้งงตาย เอามีอะไรบ้าง น้ำซุปมีทั้งตีนไก่ เลือดหมู และกระดูกหมู (เล้ง) น้ำซุปคล้ายเรากินข้าวต้มกระดูกหมู น้ำแบบนั้นละครับ มาถึงไส้ของปากหม้อบาง มีกุ้ยฉ่าย หน่อไม้ผัด เต้าหู้ทรงเครื่อง ถั่วงอกผัด ใส่หวานแบบขนมากหม้อและใส่ถั่วฝักยาว ผักกับกุ้ง ทางร้านจะนั่งทำปากหม้อแล้วใส่ไส้ให้กินกันสดๆ ใครอยากได้อะไรก็บอกไป ทุกไส้ผมว่าใช้ได้ แต่ที่น่าจะเข้ากันที่สุดสำหรับผมก็คือ ใส่กุ้ยฉ่ายและไส้หวาน เมื่อกินผสมกับน้ำแกงแล้ว ดูจะเข้าท่าเข้าทางกว่าตัวอื่นๆ ต้องขอบอกครับ น้ำซุปคงต้องปรุงเอาเอง ใครชอบอย่างไร จัดกันไปตามชอบ แต่ผมว่าอร่อยและแปลกดีครับสำหรับจานนี้
ไปมาอย่างไร เอาว่าไปทางมอเตอร์เวย์ เลี้ยวซ้ายไปทางแปดริ้ว มุ่งหน้าไปอำเภอพนมสารคาม เมือถึงสี่แยกกลางเมือง ให้เลี้ยวซ้ายไปทางตลาด เส้นนี้จะมีธนาคารเพียบ ร้านนี้อยู่ตรงข้าม ธ.ไทยพานิชย์ (ไม่ตรงซะทีเดียว เยื้องๆ กันหน่อย เลยธนาคารนิดเดียว สัก 10 เมตร)
Rating : ชาตินี้ต้องกิน (4 ดาว)
Latitude : 13.74790
Longitude : 101.35084
เรื่องและภาพโดย
ธนา ทุมมานนท์ (เบย์พาเลส)
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
ขับเคลื่อนโดย โค้ดข่าว การศึกษา วิชาการ คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา
ประกาศซื้อขายสินค้า หารายได้ออนไลน์ social network
ลงทุนปีละเพียงปีละ 59 บาทลุ้นรับรายได้เดือนละ 1 ล้านบาท

เจรมัย พิทักษ์วงศ์ กับสวนสไตล์โมเดิร์น โคโลเนียน.
เพื่อให้บ้านสวยครบสูตร วิษณุ สุชาติล้ำพงศ์ ผู้บริหารบริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) จึงจัดงาน “AP Garden Mania Design by บ้านและสวน” ที่โครงการ The Centro รามอินทรา เพื่ออัพเดตเทรนด์การแต่งสวนและเผยเคล็ดลับการออกแบบสวนในพื้นที่จำกัดให้ กับลูกบ้านและคนดังที่มาร่วมงาน พร้อมกับเปิดตัวแคมเปญมอบสวนสวย ซึ่งเป็นลิมิเต็ด เอดิชั่น ให้กับผู้จองบ้าน พร้อมบริการจัดผู้ดูแลสวนให้ตลอดระยะเวลา 1 ปี สำหรับโครงการ เดอะ เซนโทร, เดอะ ซิตี้
alt="วิษณุ สุชาติล้ำพงศ์ ผู้บริหารเอพี ต้อนรับ จริยวดี ธรรมวิทย์." class="detail-image" />
วิษณุ สุชาติล้ำพงศ์ ผู้บริหารเอพี ต้อนรับ จริยวดี ธรรมวิทย์.
ในงาน เจรมัย พิทักษ์วงศ์ บรรณาธิการอำนวยการ นิตยสารบ้านและสวน ได้มาแนะนำเทรนด์สวนโลกที่ได้รับความนิยม ซึ่งมี 9 สไตล์ ได้แก่ ทรอปิคอล สวน เมืองร้อน ที่เอาพันธุ์ไม้เมืองร้อนมาผสมผสาน สวนอังกฤษ มีการผสมผสานของแปลงไม้ดอกนานาชนิด สวนครัว การนำผักมาปลูกในภาชนะให้ดูทันสมัยขึ้น ถือเป็นการนำเสนอสวนแบบใหม่ สวนหลังคา ไม่จำกัดการจัดสวนอยู่แต่ที่หลังคาแนวราบเท่านั้น อาจเป็นสวนบนดาดฟ้าได้ด้วย สวนอีกแบบที่นิยมสำหรับคนเมืองที่มีเนื้อที่จำกัดคือ สวนระเบียง ด้วยกระแสรีไซเคิลมาแรงจึงมี สวน อีโค การ์เด้นท์ นำของใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ ทั้งของตกแต่งและการนำน้ำที่ใช้ในครัวเรือนมารดน้ำต้นไม้ รวมทั้ง สวนที่ใช้วัสดุจากธรรมชาติ เลือกเอาความเป็นธรรมชาติมาแต่งสวน คัลเลอร์ฟลู การ์เด้นท์ เป็นสไตล์หนึ่งที่เอาสีเข้ามาใช้ในสวน ทั้งงานฮาร์ดสเคปและการเลือกพันธุ์ไม้สีสันต่างๆ และสุดท้ายคือ ทไวไลท์ การ์เด้นท์ ที่เน้นฟังก์ชั่นอย่างไฟ เข้ามาเสริมเป็นตัวช่วยในการสร้างบรรยากาศใหม่ๆให้กับสวน
alt="อรรถ ประพันธ์วัฒนะ กับสวนโมเดิร์น โอเรียนทอล." class="detail-image" />
อรรถ ประพันธ์วัฒนะ กับสวนโมเดิร์น โอเรียนทอล.
ด้าน อรรถ ประพันธ์วัฒนะ บรรณาธิการแผนกไม้ประดับและจัดสวน ได้กล่าวถึงเทรนด์สวนที่ได้รับความนิยมในเมืองไทย ซึ่งมี 2 สไตล์คือ โมเดิร์น โคโลเนียน มีกลิ่นอายของสวนอังกฤษ โดยนำพันธุ์ไม้เมืองร้อนและพร็อพต่างๆ อาทิ กระถาง, กรอบรูป, น้ำพุ มาประดับ จุดเด่นของสวนสไตล์นี้จะเสริมให้บ้านดูหรูหราสง่างาม อีกสไตล์หนึ่งคือ โมเดิร์น โอเรียนทอล เน้นใช้วัสดุธรรมชาติร่วมกับพันธุ์ไม้เมืองร้อน เพื่อให้ดูร่มรื่น ดูแลรักษาง่าย ไม่ต้องตัดแต่งทรงพุ่ม เพราะมีรูปทรงสวยงามในตัวเอง นอกจากนี้ จริยวดี ธรรมวิทย์ ยังได้มาเล่าประสบการณ์การจัดสวนให้ฟังด้วยว่า แม้เธอจะถนัดงานด้านออกแบบ แต่ถ้าเป็นเรื่องการจัดสวน คงต้องยกให้มืออาชีพมาให้คำแนะนำ เพราะการจัดสวนต้องคำนึงถึงพื้นที่และความเข้าใจในธรรมชาติของต้นไม้ โดยส่วนตัวแล้วชอบสไตล์โมเดิร์น โคโลเนียน ที่มีกลิ่นอายความเป็นอังกฤษ.
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
ขับเคลื่อนโดย โค้ดข่าว การศึกษา วิชาการ คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา
ประกาศซื้อขายสินค้า หารายได้ออนไลน์ social network
ลงทุนปีละเพียงปีละ 59 บาทลุ้นรับรายได้เดือนละ 1 ล้านบาท

บริเกต์แบรนด์นาฬิกาและอัญมณีล้ำค่าจากสวิตเซอร์แลนด์ จัดเอ็กซ์คลูซีฟปาร์ตี้ “Reine de Naples 200 Year Celebration” เฉลิมฉลองปีแห่งประวัติศาสตร์ ครบ 200 ปีของการผลิตนาฬิกาข้อมือเรือนแรกของโลก โดย มร.เอ็มมานูเอล บริเกต์ ทายาทรุ่นที่ 7 ของตระกูลบริเกต์ ได้บินมาร่วมงาน พร้อมเผยโฉมนาฬิกา “แรน เดอ นาปล์ ออโตเมติก สไตรค์” นาฬิกาข้อมือระบบกลไกคอมพลิเคชั่นอันประณีต ที่รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษและมีจำนวนจำกัด สำหรับวาระเฉลิมฉลองนี้โดยเฉพาะ รวมทั้งโชว์ชิ้นงานมาสเตอร์พีซจากตระกูล “แรน เดอ นาปล์” ให้ลูกค้าระดับวีไอพีได้ชมอย่างใกล้ชิด ณ ห้องนอร์มังดี โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล
alt="วิจิตรา ส่งทวีผล และลูกๆพากันชื่นชมความงามของ บริเกต์ แรน เดอ นาปล์." class="detail-image" />
วิจิตรา ส่งทวีผล และลูกๆพากันชื่นชมความงามของ บริเกต์ แรน เดอ นาปล์.
สำหรับ “แรน เดอ นาปล์” เป็นนาฬิกาข้อมือเรือนแรกที่ปรากฏแก่สายตาชาวโลก จากการรังสรรค์ของ บริเกต์ เพื่อสนองพระประสงค์ของพระนางคาโรลีน มูราต์ พระ ขนิษฐาของจักรพรรดินโปเลียน ที่ทรงสวมใส่บนข้อพระกรเป็นครั้งแรกในเวลานั้น เนื่องจากยุคนั้นมีแต่นาฬิกาพก โดยใช้เวลาผลิตนานถึงสองปีครึ่ง และถวายแก่พระราชินีคาโรลีนในปี ค.ศ.1810 ต่อมาในปี 2002 บริเกต์จึงได้รังสรรค์นาฬิกาตระกูล “แรน เดอ นาปล์” ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จมาอย่างต่อเนื่อง
alt="คริส จาติกรัตน์ จากคอร์ติน่า วอทช์ ต้อนรับ มร.เอ็มมานูเอล บริเกต์ และ มร.คริสตอฟ วิเกอรี่ ที่บินมาร่วมงานฉลองในเมืองไทย." class="detail-image" />
คริส จาติกรัตน์ จากคอร์ติน่า วอทช์ ต้อนรับ มร.เอ็มมานูเอล บริเกต์ และ มร.คริสตอฟ วิเกอรี่ ที่บินมาร่วมงานฉลองในเมืองไทย.
โดยเส้นทางแห่งประวัติศาสตร์ผ่านเรือนเวลา มีด้วยกันทั้งหมด 6 รุ่น เริ่มจาก “แรน เดอ นาปล์ หมายเลข 8908” นำเสนอรูปแบบคอมพลิเคชั่นบอกข้างขึ้น ข้างแรม, “แรน เดอ นาปล์ หมายเลข 8918” ที่ดึงจินตนาการและความประณีตมานำเสนอบนหน้าปัดเปลือกหอยมุก ตัวเลขอารบิกรูปทรงแบบยืดขยายดูแปลกตา ประดับเพชรทรงหยดน้ำ มาพร้อมกับสายนาฬิกาแบบสร้อยถักทองคำแท้, “แรน เดอ นาปล์ มินิ หมายเลข 8928” เล็ก แต่ดูหรูหรา, “แรน เดอ นาปล์ หมายเลข 8909” โดดเด่น ด้วยสายข้อมือที่ประดับเพชรทั้งเม็ดกลม บาแก็ตต์ และแซฟไฟร์คาโบชอง, “แรน เดอ นาปล์ ซอนเนอรี่ หมายเลข 8978” ครั้งแรกกับการรัง– สรรค์ระบบกลไกซับซ้อนในเรือน ซึ่งตีบอกเวลาทุกชั่วโมงโดยอัตโนมัติ ด้วยเสียงตี 2 ครั้งและซ้ำถึง 3 เที่ยว และ “แรน เดอ นาปล์ สตีล หมายเลข 8967” ดีไซน์พิเศษเพื่อสุภาพสตรีที่สง่างาม ใช้สำหรับชีวิตประจำวัน
ส่วนเรือนพิเศษที่เผยโฉมเป็นครั้งแรกในงานนี้ ได้แก่ “แรน เดอ นาปล์ ออโตเมติก สไตรค์” เป็นเครื่องบอกเวลาชั้นสูงระดับมาสเตอร์พีซ ที่รวบรวมความสมบูรณ์แบบทั้งหมดไว้ในเรือนเดียวกัน ราคาเรือนละ 5,313,000 บาท ใครสนต้องสั่งจองล่วงหน้า เพราะเมืองไทยได้โควตามาแค่ 2 เรือนเท่านั้น.
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
ขับเคลื่อนโดย โค้ดข่าว การศึกษา วิชาการ คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา
ประกาศซื้อขายสินค้า หารายได้ออนไลน์ social network
ลงทุนปีละเพียงปีละ 59 บาทลุ้นรับรายได้เดือนละ 1 ล้านบาท

ฯพณฯ มิเกลันเจโล ปิปัน เอกอัครราชทูตอิตาลี ประจำประเทศไทย โชว์ฝีมือทำอาหารจานอร่อย.
กวีพันธ์ เอี่ยมสกุลรัตน์ แห่งคริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ (ซีดีซี) ร่วมฉลองครบรอบ 150 ปีของการรวมประเทศอิตาลี จัดงานเก๋ “อิตาเลียน เฟสติวัล 2011” เผยแพร่งานดีไซน์สินค้าเครื่องครัวแบรนด์ชั้นนำจากประเทศอิตาลีที่ได้รับรางวัลระดับโลก ซึ่งนำมาจัดแสดงเป็นนิทรรศการศิลป์ ภายใต้ แนวคิด “กินอยู่อย่างมีศิลปะ” เน้นประวัติและวัฒนธรรมการกินดื่มอย่างมีรสนิยมของชาวอิตาเลียน โดยได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ มิเกลันเจโล ปิปัน เอกอัครราช ทูตอิตาลีประจำประเทศไทย เป็นประธานเปิดงาน พร้อมอาสาเป็นเชฟกิตติมศักดิ์ปรุงสลัดประจำชาติอิตาลี “คาเปรสเซ่” โชว์ในงานที่คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ เมื่อเร็วๆนี้
alt="สาม บก.ดัง...ศิริวรรณ เต็มผาติ, สมัชชา วิราพร และรังสิมา กสิกรานันท์." class="detail-image" />
สาม บก.ดัง…ศิริวรรณ เต็มผาติ, สมัชชา วิราพร และรังสิมา กสิกรานันท์.
นอกจากนี้ “ซีดีซี” ยังจัดสัมมนาหัวข้อ “สถาปัตยกรรมและการออกแบบของประเทศอิตาลี” บรรยายโดยสถาปนิกชื่อดังชาวอิตาลี “โปรเฟสเซอร์ จีโอวานนี โพแลซซี” จากยูนิเวอร์ซิตี้ ออฟ ฟลอเรนซ์ ในวันที่ 21 มิ.ย. เวลา 15.00-16.30 น. และสัมมนาหัวข้อ “มิลาน แฟร์ ครั้งที่ 50” ในวันที่ 24 มิ.ย. เวลา 14.00-16.00 น. บรรยายโดยบรรณาธิการนิตยสารตกแต่งบ้านชื่อดังและกูรูด้านอินทีเรียดีไซน์ ผู้สนใจเข้าฟังได้ฟรี.
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
ขับเคลื่อนโดย โค้ดข่าว การศึกษา วิชาการ คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา
ประกาศซื้อขายสินค้า หารายได้ออนไลน์ social network
ลงทุนปีละเพียงปีละ 59 บาทลุ้นรับรายได้เดือนละ 1 ล้านบาท

โอปราห์ วินฟรีย์” ผู้หญิงเก่งที่มากด้วยความสามารถ ซึ่งประสบความสำเร็จทั้งหน้าที่การงานและการใช้ชีวิต และล่าสุดได้รับเลือกให้เป็น 1 ในผู้หญิงที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลก จากการจัดอันดับของนิตยสาร Time Magazine และเพื่อเป็นแรงกระตุ้นให้ผู้หญิงยุคใหม่ทั้งสวยและเก่ง ออริจินส์ (Origins) ได้จับมือกับ “O, The Oprah Magazine” นิตยสารผู้หญิงชั้นนำ จัดกิจกรรม “A Younger You Workshop” เพื่อมอบประสบการณ์แห่งความอ่อนเยาว์ เปล่งประกายสดใสจากภายในสู่ภายนอก ให้ผู้หญิงได้เรียนรู้เคล็ดลับในการดูแลผิวพรรณให้คงความสดใส ดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอด้วยวิถีแห่งพลังธรรมชาติ พร้อมกับเรียนรู้ถึงเคล็ดลับสู่ความสำเร็จในแบบฉบับ “โอปราห์ วินฟรีย์” ด้วย ที่เคาน์เตอร์ออริจินส์ทุกสาขา ตลอดเดือนมิถุนายนนี้
สำหรับเคล็ดลับที่ทำให้ โอปราห์ วินฟรีย์ ก้าวไปสู่ความสำเร็จ เธอได้สรุปบันได 9 ขั้นสู่ความสำเร็จในแบบฉบับของตัวเอง ซึ่งเริ่มต้นด้วยด้านจิตใจก่อน คือ อย่าปล่อยให้ผู้อื่นกำหนดเส้นทางชีวิตให้คุณ และบอกว่าคุณไม่มีวันทำได้ แต่จงยืนหยัดในความฝันและเชื่อมั่นในสัญชาตญาณของตัวเอง เพื่อก้าวสู่ความสำเร็จอย่างมุ่งมั่น, สร้างความรับผิดชอบในชีวิตอย่างสม่ำเสมอ ใช้วิกฤติชีวิตสร้างความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ให้กับตัวเอง โดยให้กำลังใจและสัญญากับตัวเองว่าจะต้องข้ามความทุกข์นี้และใช้เป็นแรงขับ เคลื่อนสู่ความสำเร็จในหน้าที่การงานและชีวิต, พร้อมกันนี้เราต้องมีความเมตตากรุณาและเห็นอกเห็นใจผู้อื่นเสมอ
ส่วนด้านการทำงาน โอปราห์แนะว่า ต้องเรียนรู้จุดแข็งของคู่แข่ง เพื่อเป็นแรงบันดาลใจและนำมาปรับใช้พัฒนาตนเอง โดยไม่ลอกเลียนแบบ แต่พัฒนาเป็นสไตล์ของตนเอง, มั่นใจและเป็นตัวของตัวเองอย่างธรรมชาติ, ใช้แรงขับเคลื่อนและแรงปรารถนาดำเนินชีวิตตนเอง คือ จงรักในสิ่งที่คุณทำเสมอ เพราะคุณจะมีแรงขับเคลื่อนพิเศษสู่ความสำเร็จ และคุณจะมีทัศนคติแง่บวก, ให้ความสำคัญกับคุณภาพของงาน แล้วรายได้จะตามมา อยากให้คุณทำงานให้มีคุณภาพสูงสุด และคงคุณภาพของงานเอาไว้อย่างต่อเนื่อง, อีกอย่างคือ ต้องเป็นนักอ่านที่ใฝ่รู้ตลอดเวลา เพราะการอ่านจะสร้างมุมมองและวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกล ทำให้ชีวิตเต็มไปด้วยโอกาสมากมาย สุดท้ายสร้างสมดุลที่ดีระหว่างชีวิตส่วนตัวและชีวิตการทำงาน ใช้เวลาสำหรับครอบครัวและเพื่อตัวเองบ้าง เพราะความสำเร็จในชีวิตนั้นวัดจากความสุขของบุคคลอันเป็นที่รักรอบตัวเรา ต่างหาก.
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
ขับเคลื่อนโดย โค้ดข่าว การศึกษา วิชาการ คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา
ประกาศซื้อขายสินค้า หารายได้ออนไลน์ social network
ลงทุนปีละเพียงปีละ 59 บาทลุ้นรับรายได้เดือนละ 1 ล้านบาท

BonChon Chicken ไก่ทอดสัญชาติเกาหลีที่ไปโด่งดังไกลถึงสหรัฐอเมริกาจนมีสาขามากถึง 18 สาขา ส่วนบ้านเรา คุณลี่ คุณพอลลี่ และคุณแทน หุ้นส่วนสามคนที่ติดใจรสชาติของไก่ทอดบอนชอนจนต้องนำเข้ามาให้คนไทยได้ลิ้มลองความอร่อยสไตล์เกาหลี
วันที่เราแวะไปชิมไก่ทอดที่บอนชอน เราพบเพียงสองสาว คือคุณลี่และคุณพอลลี่มารับหน้าเสื่อเล่าที่มาที่ไปของร้านว่า พวกเธอบังเอิญไปเจอบอนชอนตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ที่อเมริกา เห็นคิวที่รอกินยาวมากจึงลองแวะไปต่อคิวดูบ้าง แม้ว่าต้องรอนานกว่าชั่วโมงแต่ก็ไม่ผิดหวังจนกลายเป็นขาประจำบอนชอนมาตลอด พอกลับมาที่กรุงเทพฯ ก็แวะเวียนไปติดต่อคุณซะจินดุ๊ก (Sehjin Duk) เจ้าของแบรนด์บอนชอน จนนำความอร่อยของไก่ทอดบอนชอนมาให้เราได้ชิมกัน
ความอร่อยของไก่ทอดบอนชอนอยู่ที่วิธีการทอดแบบรีดน้ำมันออกจากหนัง ทำให้หนังไก่กรอบนาน และใช้ซอสสูตรเฉพาะที่ผลิตส่งตรงจากโรงงงานในเกาหลี มี 2 สูตรคือ Soy Garlic และ Hot ทาลงบนหนังก่อนทอด ทำให้รสชาติเข้าถึงเนื้อไก่โดยไม่ต้องเสิร์ฟน้ำจิ้ม
แน่นอนว่าเมื่อมาถึงร้านไม่ควรพลาดบอนชอนคอมโบ ชุดไก่ทอดขนาดกลาง น่อง 1 ชิ้นและปีก 6 ชิ้น เสิร์ฟคู่กับกิมจิโคลสลอว์ที่ได้รสเผ็ดของกิมจิ ไก่ทอดที่ทาด้วยซอส Soy Garlic จะหอมกว่าไก่ทอดที่ทาด้วยซอสฮอทรสชาติเผ็ดร้อน ซอสบอนชอนยังสามารถนำมาปรุงอาหารอื่นๆ ในร้านได้ อาทิ เกี๊ยวซ่าบอนชอน เกี๊ยวซ่าไส้หมูผัดผักทาด้วยซอสบอนชอนแล้วนำไปทอดจนกรอบอร่อย ส่วนอีกเมนูเป็น ข้อไก่ทอดบอนชอน มีขายเฉพาะที่กรุงเทพฯ
นอกจากนี้คุณลี่และคุณพอลลี่ยังได้สูตรลับอาหารเกาหลีที่ได้รับการถ่ายทอดจากคุณซะจินดุ๊กโดยตรงมาเสิร์ฟในร้าน อาทิ บุลโกกิแรพ เนื้อหมูติดมันทอดผัดกับซอสบุลโกกิห่อด้วยผักและหัวหอม.
ข้อมูล/ภาพ : Gourmet&Cuisine
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
ขับเคลื่อนโดย โค้ดข่าว การศึกษา วิชาการ คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา
ประกาศซื้อขายสินค้า หารายได้ออนไลน์ social network
ลงทุนปีละเพียงปีละ 59 บาทลุ้นรับรายได้เดือนละ 1 ล้านบาท

เส้นเหนียว ไก่นุ่ม นํ้าซุปเข้มข้น
ขาโซ้ยที่เคยผ่านไปผ่าน มาแถวตลาดหัวตะเข้ หลายคนอาจจะเคยสงสัยว่าร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ข้างทางที่แสนธรรมด๊า…ธรรมดา ไม่ได้หรูหราอลังการ ทำไมถึงได้มีคนยืนรอจ่อคิวโซ้ยกันอย่างมากมาย โดยเฉพาะช่วงเที่ยงจะเนืองแน่นเป็นพิเศษ เพื่อขจัดความสงสัย เจ๊แซบรีบพุ่งไปโซ้ยโดยไว ชื่อร้าน “ก๋วยเตี๋ยวไก่มะระชายทัย” ของ “คุณพี่ชายทัย” และ “คุณพี่อ้อย” สองสามีภรรยาที่พัฒนาการต้ม (ไก่) ตุ๋น (ไก่) จนได้ดี
“เมื่อก่อนพี่ทำงานเย็บผ้าอยู่โรงงาน ส่วนพี่ชายทัยก็ขับรถส่งสี ทีนี้เขาก็ไปชิมตรงนั้นตรงนี้ เขาก็มาบอกเราว่าตรงนั้นก็ขายดีนะ ตรงนี้ก็ขายดีนะ ขายก๋วยเตี๋ยวเนี่ย เขาก็เลยมีความคิดอยากจะขายบ้างค่ะ เขาก็ถามพี่ว่าอยากขายของกันมั้ย พี่ก็อยากนะ จากนั้นเราก็เริ่มสะสมกันทีละอย่าง วันนี้ได้หม้อ วันนี้ได้รถเข็น สะสมไปเรื่อยๆ ส่วนสูตรเราได้มาจากอาจารย์ที่ร่มเกล้านี่แหละค่ะ พอดีว่าพี่ชายทัยไปชิมแล้วติดใจ เราก็ขอซื้อสูตรมา เขาก็จดๆใส่กระดาษให้ เราก็เอามาลองทำดู พี่เป็นคนทำอาหารเป็นอยู่แล้ว มันก็มีบางอย่างที่เราก็ปรับให้เป็นแบบของเรา ตอนนั้นก็ไม่มีทุน พี่เขาก็ไปขอยายมาหมื่นกว่าบาท เราก็มาลองทำกันดู ครั้งแรกพี่เค้าขายกับป้าแค่สองคน มีอยู่แค่โต๊ะเดียวกับรถเข็น พอคนกินแล้วชอบบอกต่อๆไป จนสุดท้าย ลูกค้าก็มากินเยอะขึ้น เราก็ดีใจ ขยายร้าน เพิ่มโต๊ะมาทีละ 2–3 โต๊ะ ขยายออกมาเรื่อยๆเลยจ้ะ” 5 ปีผ่านไป ใครอยากรู้ว่าปัจจุบันที่ร้านมีกี่โต๊ะ ต้องไปลองนับดูเอาเอง (หุหุ)
จุดมัดใจลูกค้าของร้านนี้อยู่ที่รสชาติเข้มข้น น้ำซุปกลมกล่อม ผักสดมีวางไว้ให้ ใส่ได้ ไม่อั้น เนื้อไก่หนึบนุ่มเคี้ยวมันโดนใจ ใส่มาให้แบบไม่งก
คุณพี่ชายทัยใช้ไก่ แก่ตัวผู้ เนื้อแน่นหนึบ นุ่มกำลังดี ไม่มีมันมากเกินไป คัดเฉพาะไซส์ ใหญ่ เนื้อเยอะ ไม่กระด้าง หลังจากได้มาแล้วต้องนำล้างให้สะอาด โดยเฉพาะตามข้อ ตามขา ต้องล้างให้ดี ก่อนจะนำไปต้มในน้ำเดือดจัด ต้มทิ้งไว้ประมาณชั่วโมงกับอีกยี่สิบนาที ต้มจนสุกดี ยกขึ้นมาผึ่งไว้ให้เย็น ก่อนจะนำมาแกะเนื้อ
การแกะเนื้อไก่ไม่ใช่สักแต่ว่าแกะๆไปตามยถากรรม คนทำจะต้องมีความชำนาญและมีประสบการณ์ในการแกะ ทุกวันนี้คุณพี่ชายทัยยังต้องลงมือทำเอง คุมเองบรรเลงกันอยู่หลังร้าน ขั้นตอนการแกะค่อนข้างละเอียดอ่อน เริ่มจากตัดส่วนปีกไก่ออก และฉีกเนื้อส่วนหน้าอกกับเนื้อส่วนสะโพกตามลายเส้นของเนื้อไก่
เนื้อ ส่วนอกจะแล่บางๆแยกไว้ แล้วทยอยมาใส่ตู้ เนื้อจะมีสีขาวดูน่าหม่ำ เนื้อส่วนน่องก็แล่บางๆแยกไว้อีกกอง สีจะออกน้ำตาลๆเข้ม ใส่ในตู้คู่กัน ส่วนหนังจะแยกกองไว้อีกต่างหาก ใครชอบเนื้อส่วนไหนสั่งได้ดั่งใจ
ส่วนกระดูก ข้อไก่ ตีนไก่ และปีก จะแยกไปตุ๋นกับน้ำซุปที่ได้จากการต้มไก่ และปรุงรสเพิ่มเติมเล็กน้อยด้วยน้ำตาลอ้อย ผงปรุงอาหาร ซอส และน้ำปลา ต้มไว้นานหลายชั่วโมง ต้มจนเปื่อย ก่อนจะนำมาวางขายหน้าร้าน
ข้อไก่ ตุ๋นเป็นเมนูโปรดของขาประจำ บางคนดั้นด้นมาถึงที่ร้าน แต่พอรู้ว่าไก่ตุ๋นหมด ขับรถกลับบ้านไปด้วยความเซ็ง นักแทะระดับชาติที่ต้องการปะทะปากกับฝ่าเท้า (ไก่) แนะนำให้ โทร. มาถามล่วงหน้า จะได้ไม่ต้องเสียอารมณ์
นอกจากไก่จะดี น้ำซุปร้านนี้ยังไม่น้อยหน้า คุณพี่อ้อยใช้น้ำต้มไก่มาต้มใหม่ ใส่กระดูกซี่โครงที่ผ่านการแกะเนื้อมาแล้ว ปรุงรสเพิ่มเติมเล็กน้อย ต้มต่อไปอีกหนึ่งชั่วโมงยี่สิบนาที เป็นอันเสร็จสิ้น พร้อมหม่ำได้!!
อีกหนึ่งเสน่ห์สำคัญที่ทำให้ลูกค้า ขาประจำมาหม่ำแล้วต้องบอกต่อ คือการบริการที่แหวกความจำเจ คุณพี่ทั้งสองยึดหลัก “บริการตัวเอง” (selfservice) มาถึงแล้วอยากหม่ำต้องไปยืนสั่งที่หน้าเตา หลังจากได้ก๋วยเตี๋ยวแล้ว ต้องถือมาปรุงที่ชุดเครื่องปรุงรวม พร้อมกับใส่ผักตามใจชอบมีทั้งมะระ โหระพา และถั่วงอก ปรุงได้ดั่งใจ ค่อยไปนั่งหม่ำที่โต๊ะ “ที่ทำแบบนี้เพราะตอนแรกที่เปิดร้าน เรามีโต๊ะเดียว และคนขายก็มีกันอยู่แค่สองคน ทำไม่ทัน เราก็เลยให้ลูกค้ามาสั่งเอง รับไปเอง และปรุงรสได้ตามต้องการ พอมาเปิดร้านใหญ่เราก็ใช้วิธีเดิม และลูกค้าก็ชอบด้วย” คุณพี่อ้อยทิ้งท้ายได้อย่างชัดเจน
นักหม่ำที่ชอบมะระ เจ๊แซบขอบอกว่ามะระร้านนี้เขาคัดมาดีจริงๆ เป็นมะระจีน ลูกใหญ่ เนื้อกรอบกรุบ ไม่มีรสขมทำลายรสชาติของก๋วยเตี๋ยว ทางร้านซอยบางเฉียบใส่ตะกร้าไว้ ในร้าน อยากใส่เท่าไหร่ใส่ได้ไม่มีอั้น!!!
ร้าน ก๋วยเตี๋ยวไก่ชายทัย เปิดขายทุกวัน ยกเว้นวันพุธ เปิดบริการความแซบตั้งแต่ 7 โมงเช้าถึงบ่าย 3 โมงครึ่ง ร้านอยู่ริมถนนเห็นชัดเจน ถ้ามาจากถนนร่มเกล้าที่ชนกับอ่อนนุช ให้เลี้ยวซ้ายมาทางตลาดหัวตะเข้ ผ่านตัวตลาดมาประมาณ 1 กม. จะเห็นอู่รถเมล์ทางขวา เลยมาอีกเล็กน้อยจะเห็นร้านอยู่ทางซ้ายมือ ถ้านึกไม่ออกมาไม่ถูก โทร.ถามที่เบอร์ 08–9532–5272
alt="พี่ชายทัย เจ้าของร้าน" class="detail-image" />
พี่ชายทัย เจ้าของร้าน
ก่อนจบก่อนจาก เจ๊แซบมีข้อคิดทิ้งท้ายเป็นกำลังใจให้คนทำมาหากินที่กำลังเริ่มต้นใหม่ “ตอนขายแรกๆ แถวนี้ยังเป็นป่าอยู่เลยนะ ยังไม่มีใครรู้จักพี่แถวนี้ กว่าลูกค้าจะติดจริงๆ เราต้องใช้เวลาประมาณ 2 ปี ต้องบอกว่าอดทนกันมากๆ คือ มันต้องทน ยังไงก็ต้องทน จนสุดท้ายลูกค้าก็มากันเยอะขึ้น ที่เรามาถึงวันนี้เพราะอดทนจริงๆค่ะ” ใครที่กำลังท้ออ่านแล้ว
ขอให้มีกำลังใจสู้กันต่อไป…ด้วยความห่วงใยจากใจเจ๊แซบ!!
เจ้แซบ หัวเขียว
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
ขับเคลื่อนโดย โค้ดข่าว การศึกษา วิชาการ คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา
ประกาศซื้อขายสินค้า หารายได้ออนไลน์ social network
ลงทุนปีละเพียงปีละ 59 บาทลุ้นรับรายได้เดือนละ 1 ล้านบาท